รายละเอียดเงื่อนไขและข้อกำหนดเพื่อยอมรับในการเข้าร่วมการประกวด Cup of Excellence Thailand 2023

การเข้าร่วมประกวด

  1. ผู้เข้าร่วมประกวดจะได้รับอนุญาตให้ส่งกาแฟ 1 ตัวอย่าง (สายพันธุ์ Arabica) ต่อ 1 โพรเซส (Process) เท่านั้น โดยที่

 1.1 หากผู้เข้าร่วมประกวดมีฟาร์มมากกว่า 1 ฟาร์มที่ระบุเป็นเจ้าของเดียวกันจะได้รับอนุญาติให้ส่งกาแฟได้มากที่สุด 2 ตัวอย่างจากคนละฟาร์ม โดยตัวอย่างกาแฟแรกที่สมัครประกวดจะได้รับการยกเว้นค่าใช้จ่ายในการประกวด และตัวอย่างกาแฟที่สองจะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการสมัคร 3,000 บาท โดยชำระผ่านช่องทางตามที่แจ้งไว้

1.2 หากผู้เข้าร่วมประกวดเป็นสหกรณ์ หรือวิสาหกิจชุมชน หรือตัวแทนของเกษตรกรผู้ผลิต* สามารถส่งตัวอย่างกาแฟได้มากกว่า 1 ตัวอย่าง โดยจะต้องเป็นกาแฟที่มาจากคนละฟาร์มเท่านั้น หากเป็นฟาร์มเดียวกันตัวอย่างกาแฟที่สองทางผู้เข้าร่วมประกวดจะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการสมัคร 3,000 บาท โดยชำระผ่านช่องทางตามที่แจ้งไว้

ในการแข่งขันปี 2023 สำหรับฟาร์มที่ส่งตัวอย่างกาแฟตัวที่ 2 เข้าประกวดและเข้าสู่รอบการประมูล จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียม 3,000 บาท

*จะต้องเป็นเกษตรกรที่ไม่มีผู้ใดเป็นตัวแทนในการเข้าร่วมการประกวดนี้มาก่อน

  1. การสมัครจะต้องลงทะเบียนบนช่องทาง www.cupofexcellenceth.org เท่านั้น โดยจะต้องให้หรือแนบข้อมูลรายละเอียดตามที่ทางผู้จัดงานระบุไว้อย่างครบถ้วน 
  2. ทางผู้สมัครจะต้องปริ้นท์เอกสารหลักฐานทางสมัครซึ่งจะจัดส่งไปให้ทางอีเมล์ที่แจ้งไว้ พร้อมด้วยเซ็นชื่อด้านล่างทุกแผ่น และแปะลงบนหน้าถุงกาแฟทุกถุงที่ได้ส่งมาที่กองประกวดในทุกรอบ
  3. ฟาร์มที่เข้าร่วมประกวดจะต้องมีหลักฐาน และ/หรือ เอกสารอื่นใดว่าเป็นฟาร์มที่ถูกต้องตามกฎหมาย 
  4. ห้ามไม่ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการประกวด อันได้แก่ ทีมงานผู้จัดงาน คณะกรรมการ ผู้สนับสนุน เข้าร่วมการประกวด 

กาแฟที่ส่งเข้าประกวด

  1. รอบคัดเลือก (Pre-Selection Round)
ประเภทกาแฟที่ส่ง จำนวนที่ส่ง (กิโลกรัม)
กาแฟสาร (Green Beans) 6
  1. รอบประกวด (Lot Selection)

ผู้ที่ผ่านรอบคัดเลือกกายภาพ และได้เข้าสู่รอบประกวดจำเป็นต้องส่งกาแฟกะลาที่มีคุณสมบัติเดียวกันกับกาแฟสารในรอบคัดเลือกตัวอย่าง (ในข้อ 6) โดยแบ่งรายละเอียด ดังนี้

โพรเซส (Process) จำนวนกะลาขั้นต่ำที่ส่งได้ (กิโลกรัม) จำนวนกะลาสูงสุดที่ส่งได้ (กิโลกรัม)
วอช (Wash) 130 1,000
ฮันนี่ (Honey) 130 1,000
ดราย (Dry) 190 1,000

ตัวอย่าง เพื่ออธิบายการนำกาแฟกะลาไปใช้ในขั้นตอนต่างๆ 

ขั้นตอน กิโลกรัม
จำนวนส่งกะลากาแฟขั้นต่ำ 130
ประมาณจำนวนกาแฟสารที่เหลือหลังจากการสี 100
ประมาณจำนวนกาแฟสารที่เหลือหลังจากการคัดเมล็ดเสียทิ้ง 85
ประมาณจำนวนกาแฟสารที่ใช้ในการแข่งขัน 20
ประมาณจำนวนกาแฟสารที่ใช้ในการส่งตัวอย่างก่อนการประมูล 17
ประมาณจำนวนกาแฟสารที่เหลือสำหรับการประมูล 48

8.ไม่อนุญาติให้กาแฟสารและกาแฟกะลาที่ผ่านกรรมวิธีเสริม เติมแต่ง ดัดแปลง ในส่วนของ กลิ่น และ/หรือ รสชาติใดๆ ที่เป็นสารสังเคราะห์หรือสิ่งที่ทำให้กาแฟนั้นไม่ได้เป็นไปตามธรรมชาติของกาแฟเข้าร่วมในการ ประกวด Cup of Excellence Thailand หากตรวจพบ ทางผู้จัดงานมีอำนาจเด็ดขาดในการตัดสิทธิ์ออกจากการประกวดได้ทันที

  1. กาแฟทุกถุงที่ส่งมาทุกรอบนั้น จะต้องบรรจุในถุงกาแฟสภาพดี ไม่ขาดรั่ว ปิดผนึกปากถุงเป็นอย่างดี แน่นหนา และจะต้องแปะเอกสารหลักฐานการสมัครบนทุกหน้าถุง ตามที่ระบุไว้ในข้อ 3
  2. สถานที่ส่งกาแฟเพื่อเข้าประกวด

    ผู้เข้าร่วมประกวดจะต้องส่งกาแฟเป็นพัสดุ ผ่านทางผู้บริการขนส่งเท่านั้น (เช่น EMS,KERRY,J&T,FLASH ฯลฯ) โดยส่งมาที่ที่อยู่ที่ระบุด้านล่างนี้

รอบ สถานที่ส่งกาแฟเพื่อเข้าร่วมประกวด
หมายเหตุ
รอบคัดเลือก(Pre-Selection Round) บริษัท พานาคอฟฟี่ จำกัด77 หมู่ 8 ถนนทางเข้าเขื่อนแม่กวง ต.ลวงเหนือ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ 50220 
เบอร์ติดต่อ PANA 053-080732 ต่อ 163 (คุณแจน,คุณแพร)
โดยสารกาแฟและกะลากาแฟต้องส่งถึงพานาคอฟฟี่ภายในวันที่ 12 พฤษภาคม 2566 เวลา 16.00 น. เท่านั้น
รอบประกวด(Lot Selection) บริษัท พานาคอฟฟี่ จำกัด77 หมู่ 8 ถนนทางเข้าเขื่อนแม่กวง ต.ลวงเหนือ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ 50220
เบอร์ติดต่อ PANA 053-080732 ต่อ 163 (คุณแจน,คุณแพร)
โดยสารกาแฟและกะลากาแฟต้องส่งถึงพานาคอฟฟี่ภายในวันที่ 12 พฤษภาคม 2566 เวลา 16.00 น. เท่านั้น

11.1 ค่าส่งกาแฟมายังกองประกวด

11.2 กรณีผู้เข้าร่วมประกวดเป็นเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟและได้รับการประมูล จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายการส่งออก อันได้แก่

-ค่าจัดส่งสารกาแฟที่ได้รับการประมูลไปยังท่าส่งสินค้าส่งออก 

-ค่าทำเอกสารสำหรับการส่งออก ได้แก่ Phytosanitary, Certificate of Coffee Origin หรือเอกสารอื่นใดที่ประเทศ

ปลายทางต้องใช้

-ค่าบริหารจัดการสำหรับการส่งออก

-เงื่อนไขในกรณี 1.1 หรือ 1.2 (ถ้ามี)

11.3 กรณีผู้เข้าร่วมประกวดมีสถานะอาชีพไม่ใช่เกษตรกรผู้ผลิต อันได้แก่ Trader, Exporter หรือ บริษัทที่จัดตั้งในรูปแบบที่ไม่ใช่เกษตรกรโดยตรง จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายการส่งออกตามข้อ 11.2 และหักค่าธรรมเนียม 10% จากราคาประมูลที่ได้รับ ซึ่งทางผู้จัดงานจะนำมาใช้เป็นค่าดำเนินการสนับสนุนกิจกรรมและเกษตรกรในปีต่อไป

หมายเหตุ ค่าใช้จ่ายในข้อ 11.2 และ 11.3 ทางผู้จัดงานจะหักออกจากรายได้จากการประมูลก่อนโอนไปยังเกษตรกรผู้ชนะการประกวด โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามวันที่ทำการประมูล

  1. การรับคืนกาแฟ

สามารถเลือกได้ 2 กรณี

12.1 ผู้จัดงานจะส่งคืนตามที่อยู่ระบุในการจัดส่งคืน ผู้เข้าร่วมประกวดจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดส่งคืนเองทั้งหมด โดยทางผู้จัดงานจะประสานงานกับทางขนส่งตามความเหมาะสม

12.2 ผู้เข้าร่วมประกวดมารับคืนเองที่บริษัท พานาคอฟฟี่ จำกัด 77 หมู่ 8 ถนนทางเข้าเขื่อนแม่กวง ต.ลวงเหนือ 

อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ 50220 โดยจะต้องมารับคืนภายในวันที่ประกาศไว้เท่านั้น หากเกินจากระยะเวลาที่ระบุไว้ข้างต้น ทางผู้จัดงานจะขอสงวนสิทธิ์ในการบริหารจัดการตามความเหมาะสม

13.ตารางกิจกรรม (ใหม่)

วันที่ รายละเอียด
3-11 พฤษภาคม 2566 ลงทะเบียนรอบ 2 สำหรับส่งประกวดเพิ่มและลงทะเบียนใหม่
12 พฤษภาคม 2566 ปิดรับสารกาแฟและกะลากาแฟที่พานาคอฟฟี่เวลา 16.00 น.
5-9 มิถุนายน 2566 **รอบ Pre-Selection**
13 มิถุนายน 2566 National Roundรอบประกวดคณะกรรมการในประเทศ
23 มิถุนายน 2566 ประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบ
28 มิถุนายน-1 กรกฎาคม 2566 International Round รอบประกวดคณะกรรมการนานาชาติ
1 กรกฎาคม 2566 ประกาศผลรางวัลรอบสุดท้าย
  1. ผู้จัดงานเป็นผู้ดูแลในการจัดเก็บวัตถุดิบประกวดให้อยู่ในสภาพแวดล้อมตามมาตรฐานในช่วงระยะเวลาที่จัดงานจนถึงวันที่จัดส่งคืน หรือส่งให้ผู้ชนะการประมูลเท่านั้น โดยผู้จัดงานไม่รับผิดชอบความเสียหายหรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ อันเกิดจากความผิดพลาดของผู้เข้าร่วมประกวด และผู้เข้าร่วมประกวดไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าชดเชยใดๆ ได้ และหากความผิดพลาดดังกล่าวนี้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการตัดสินหรือการส่งมอบให้ผู้ประมูล ทางผู้จัดงานมีอำนาจเด็ดขาดในการพิจารณาชดใช้ค่าเสียหาย หรือชดเชยเป็นกรณีไป ภายใต้การพิจารณาของ Cup of Excellence
  2. การประกวดจะยึดถือตามข้อมูลที่ลงทะเบียนไว้เท่านั้น หากภายหลังพบว่า ตัวอย่างที่ส่งหรือข้อมูลที่ลงทะเบียนนั้นไม่ถูกต้องตรงกัน ไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด ทางผู้จัดงานมีอำนาจเด็ดขาดในการพิจารณาดำเนินการภายใต้การพิจารณาของ Cup of Excellence
  3. ผลการตัดสินจะรับรองแค่เฉพาะตัวอย่างกาแฟที่นำส่งประกวดและประกาศผลอย่างเป็นทางการเท่านั้น การนำเอาตราสัญลักษณ์งาน ชื่อและตำแหน่งรางวัล หรือข้อมูลตัวอย่างกาแฟที่ได้รับรางวัลไปใช้เพื่อผลประโยชน์ทางการค้ากับกาแฟอื่นที่ไม่ใช่กาแฟที่ได้รับการรับรอง  ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมถือว่ามีความผิด ทางผู้จัดงานมีอำนาจเด็ดขาดในการดำเนินการภายใต้การพิจารณาของ Cup of Excellence
  4. ผู้เข้าร่วมประกวดให้ความยินยอมในความร่วมมือในการให้ข้อมูลและภาพที่เกี่ยวกับตนเอง วิธีการเพาะปลูก ไร่ การโพรเซส หรือข้อมูลอื่นๆ ไปใช้ในสื่อต่างๆ ได้
  5. ผู้เข้าร่วมประกวดให้ความยินยอมในการนำกาแฟสาร และ/หรือ กาแฟกะลาไปใช้งานในขั้นตอนต่างๆ ของการประกวดและการประมูลตามวิธีการที่เหมาะสม ภายใต้การพิจารณาของ Cup of Excellence
  6. ถือเป็นอำนาจเด็ดขาดของ Cup of Excellence ในการตัดสิทธิ์การประกวดในกรณีดังต่อไปนี้
    – ให้รายละเอียดไม่ครบถ้วน หรือ ไม่ตรงกับความเป็นจริง หรือพบสิ่งที่น่าสงสัยอันสามารถพิสูจน์ได้
    – ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดตามที่ได้แจ้งไว้เมื่อผู้เข้าร่วมการประกวดได้ทำการสมัครสำเร็จ ถือว่าได้ยอมรับในรายละเอียดเงื่อนไขและข้อกำหนดทั้งหมด
  7. ทาง Cup of Excellence Thailand ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดฯ โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 

รายละเอียดอื่นๆ 

A: มาตรฐานการตรวจวัดค่าทางกายภาพของเมล็ดกาแฟสาร มีดังนี้

1.ความชื้นเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 9.5%-12.0%

2.ค่าแสดงระดับพลังงานของน้ำในอาหารแห้งอันอาจมีผลต่อการเก็บรักษา และความปลอดภัยของอาหาร ที่เรียกว่าค่า Water Activity ต้องไม่เกิน 0.65 AW

3.จำนวนดีเฟคต์จากการสุ่มตัวอย่าง 350 กรัม จะต้อง

3.1 ไม่มีดีเฟ็คกลุ่ม Primary (หมายถึง 1 Full Defect)

3.2 มีดีเฟคต์กลุ่ม Secondary ได้ไม่เกิน 5 Full Defect 

โดยลักษณะและอัตราส่วนการนับจำนวน Full Defect มีดังนี้

กลุ่ม Primary มี 6 ดีเฟคต์คือ

  1. เมล็ดดำ Full Black Bean (1 เม็ด = 1 Full Defect)

ลักษณะ : เมล็ดดำตั้งแต่ 50% ของเมล็ดขึ้นไป

สาเหตุ : เกิดจากการปนเปื้อนเชื้อโรคจนเมล็ดเปลี่ยนสี มีผลต่อรสชาติและคุณภาพของกาแฟ

  1. Full Sour Bean (1 เม็ด = 1 Full Defect)

ลักษณะ : เมล็ดสีแดงสนิมด้านตั้งแต่ 50% ของเมล็ดขึ้นไป

สาเหตุ : การหมักที่มากเกินพอดี

  1. Dried Cherry / Pod (1 เม็ด = 1 Full Defect)

ลักษณะ : เมล็ดเชอรี่แห้ง และยังมีเมล็ดกาแฟสารอยู่ข้างใน

สาเหตุ : คุณภาพของเครื่องสีเปลือก

  1. Fungus Damage Bean (1 เม็ด = 1 Full Defect)

ลักษณะ : มีเชื้อราที่เมล็ด

สาเหตุ : ความชื้นสูง

  1. Foreign Matter (1 ชิ้น = 1 Defect)

ลักษณะ : สิ่งแปลกปลอมต่างๆ นับตั้งแต่ขั้วเมล็ดกาแฟเป็นต้นไป อาจจะเป็นกิ่งไม้ โลหะ พลาสติก

  1. Severe Insect Damage (5 เม็ด = 1 Defect)

ลักษณะ : เมล็ดเป็นรูจากการถูกแมลงเจาะ 3 รูขึ้นไป หรือถูกทำลายจนเมล็ดเสียรูปทรง

กลุ่ม Secondary มี 10 ดีเฟคต์คือ

  1. Partial Black Bean (3 เม็ด = 1 Full Defect)

ลักษณะ : เมล็ดดำไม่ถึง 50% ของเมล็ด

สาเหตุ : เกิดจากการปนเปื้อนเชื้อโรคจนเมล็ดเปลี่ยนสี มีผลต่อรสชาติและคุณภาพของกาแฟ

  1. Partial Sour Bean (3 เม็ด = 1 Full Defect)

ลักษณะ : เมล็ดสีแดงสนิมด้านน้อยกว่า 50% ของเมล็ด

สาเหตุ : การหมักที่มากเกินพอดี

  1. Parchment/Pergamino Bean (5 เม็ด = 1 Full Defect)

ลักษณะ : เมล็ดกะลาที่มีเมล็ดกาแฟอยู่ด้านใน

สาเหตุ : คุณภาพของเครื่องสีกะลา

  1. Floater Bean (5 เม็ด = 1 Full Defect)

ลักษณะ : เมล็ดเบา

สาเหตุ : ความหนาแน่นเมล็ดน้อยมาก เกิดได้จากหลายสาเหตุ

  1. Immature/Unripe Bean (5 เม็ด = 1 Full Defect)

ลักษณะ : สีอ่อนหรือแคระแกร็น หากคั่วแล้วจะเป็นสีน้ำตาลอ่อน ๆ เรียกว่า Quaker

สาเหตุ : เมล็ดเชอรี่ดิบ หรือสุกไม่เต็มที่

  1. Withered Bean (5 เม็ด = 1 Full Defect)

ลักษณะ : ผิวเมล็ดงอเหี่ยวแห้ง

สาเหตุ : เกิดจากช่วงที่ผลเชอรี่กำลังจะสุก แล้วขาดน้ำไปหล่อเลี้ยง

  1. Shell (5 เม็ด = 1 Full Defect)

ลักษณะ : เมล็ดเว้าโหว่

สาเหตุ : การแบ่งเซลล์ของเมล็ดไม่สมบูรณ์

  1. Broken/Chipped/Cut (5 ชิ้น/เมล็ด = 1 Full Defect)

ลักษณะ : เมล็ดแตกหัก หรือมีรอยถูกตัด

สาเหตุ : เกิดจากเครื่องสี ทั้งแบบสีเปียก และสีแห้งตัดโดนเมล็ดกาแฟสาร

  1. Hull/Husk (5 ชิ้น = 1 Full Defect)

ลักษณะ : เศษกะลาหรือเปลือกเชอรี่แห้ง(ที่ไม่มีเมล็ดอยู่ข้างใน)

สาเหตุ : การสีเมล็ด

  1. Slight Insect Damage Bean (10 เมล็ด = 1 Full Defect)

ลักษณะ : เมล็ดเป็นรูจากการถูกแมลงเจาะเพียง 1-2 รู และเม็ดกาแฟไม่เสียรูปทรง

B: ขั้นตอนการให้คะแนน

-ในการคัดเลือกแต่ละรอบ กาแฟจะต้องมีคะแนนมากกว่า 86 คะแนนเสมอ โดยจะต้องมีการพิจารณาร่วมกับจำนวนกาแฟสูงสุดที่สามารถผ่านเข้ารอบถัดไปได้ ซึ่งกาแฟที่จะเข้าร่วมการประมูลในรอบ Cup of Excellence  หรือ National Winner ได้นั้น กรุณาอ่านหัวข้อ C.

-กาแฟที่ได้คะแนนน้อยกว่า 86 คะแนน จะถูกตัดออกจากการประกวด

-กาแฟที่พบ Primary Defect จำนวน 1 หรือมากกว่า 1 ดีเฟคต์ และพบ Secondary Defect มากกว่า 3 ดีเฟคต์ จะถูกตัดออกจากการประกวด

-ในการคัดเลือกแต่ละรอบจะมีการเริ่มให้คะแนนใหม่ทุกครั้ง จะไม่มีการนำเอาผลคะแนนจากรอบก่อนหน้านี้มารวมหรือพิจารณาร่วมกันในรอบถัดไป

C: ขั้นตอนการประกวด

รอบคัดเลือกกายภาพ (Physical Checking)

-กาแฟสารที่ไม่พบ Primary และ Secondary Defect จะผ่านเข้าสู่รอบคัดเลือกรอบต่อไป

รอบคัดเลือกตัวอย่าง (Pre-Selection)

-กาแฟสารจำนวนสูงสุด 150 อันดับแรก ที่ได้คะแนนเท่ากับหรือมากกว่า 86 คะแนน จะเข้าสู่รอบประกวดโดยคณะกรรมการในประเทศ

รอบประกวด (Lot Selection) โดยคณะกรรมการในประเทศ (National Jury) รอบที่ 1

-กาแฟ 90 อันดับแรก ที่ได้คะแนนเท่ากับหรือมากกว่า 86 คะแนน จะเข้าสู่รอบประกวดโดยคณะกรรมการในประเทศรอบที่ 2

รอบประกวด (Lot Selection) โดยคณะกรรมการในประเทศ (National Jury) รอบที่ 2

-กาแฟ 40 อันดับแรก ที่ได้คะแนนเท่ากับหรือมากกว่า 86 คะแนน จะเข้าสู่รอบประกวดโดยคณะกรรมการนานาชาติรอบที่ 1

-กาแฟสารที่ไม่ผ่านการคัดเลือก จะส่งคืนหรือรับคืนตามที่ผู้เข้าประกวดระบุไว้

รอบประกวด (Lot Selection) โดยคณะกรรมการนานาชาติ (International Jury) รอบที่ 1

-กาแฟทุกตัวที่ได้คะแนนเท่ากับหรือมากกว่า 86 คะแนน จะถูกนำไปคัดเลือกเพื่อเข้าสู่รอบประกวดโดยคณะกรรมการนานาชาติรอบที่ 2

รอบประกวด (Lot Selection) โดยคณะกรรมการนานาชาติ (International Jury) รอบที่ 2

-กาแฟ 30 อันดับแรก ที่ได้คะแนนเท่ากับหรือมากกว่า 87 คะแนน จะถือว่าเป็นผู้ชนะ Cup of Excellence ในปีนั้นๆ และเข้าสู่การประมูลต่อไป

หมายเหตุ

-กาแฟทุกตัวที่ได้คะแนนระหว่าง 86-86.99 ในรอบประกวดโดยคณะกรรมการนานาชาติรอบที่ 1และ2 ถือว่ามีคุณสมบัติในการประมูลรอบ National Winner 

-กาแฟทุกตัวในรอบประกวดโดยคณะกรรมการนานาชาติรอบที่ 2 ด้วยคะแนนเท่ากับหรือมากกว่า 87 คะแนน แต่ไม่ได้อยู่ใน 30 อันดับแรก สามารถเลือกที่จะเข้าร่วมการประมูลในการประมูลรอบ National Winner ได้

รอบประกวด (Lot Selection) โดยคณะกรรมการนานาชาติ (International Jury) รอบสุดท้าย

-กาแฟ 10 อันดับแรกจะถือว่าเป็น Top 10 ของ Cup of Excellence ในปีนั้นๆ

D: การประมูลรอบ Cup of Excellence  

การประมูลบนออนไลน์ในระยะเวลา 1 วัน โดยล๊อตกาแฟที่ได้รับการประมูลจะต้องมีการเสนอราคา (bidding) อย่างน้อย 1 ครั้ง ซึ่งในแต่ละครั้งจะมีเวลา 3 นาทีในการเสนอราคาหลังจากมีผู้เสนอราคาครั้งล่าสุด หากเกินเวลาหลังจากนี้ จะถือว่าการประมูลสิ้นสุดลงด้วยราคาประมูลล่าสุด

F: การประมูลรอบ National Winner

การประมูลบนออนไลน์ในระยะเวลาติดต่อกัน 5 วัน หากกาแฟล๊อตใด ไม่ได้รับการประมูลก็จะถูกส่งคืนไปที่เจ้าของกาแฟล๊อตนั้นๆ

G: ราคาเริ่มต้นในการประมูล

-สำหรับการประมูลรอบ Cup of Excellence จะเริ่มต้นราคาประมูลที่ 5.50 USD/lb

-สำหรับการประมูลรอบ National Winner จะถูกแบ่งเป็น

กาแฟที่ได้คะแนน 85-85.99 จะเริ่มต้นราคาประมูลที่ 3.50 USD/lb

กาแฟที่ได้คะแนนเท่ากับหรือมากกว่า 86 จะเริ่มต้นราคาประมูลที่ 4 USD/lb

H: ขนาดของล๊อตกาแฟที่ใช้ในการประมูล

-กาแฟที่ได้คะแนนมากกว่า 90 คะแนน ใน 3 อันดับแรก ล๊อตประมูลจะถูกแบ่งเป็น 2 ล๊อต สำหรับผู้ซื้อ 2 รายที่แตกต่างกัน

-กาแฟที่ได้คะแนนมากกว่า 90 คะแนน ในอันดับอื่นๆ จะถูกประมูลเป็นล๊อตเดียว

-กาแฟที่ได้คะแนนน้อยกว่า 90 คะแนน จะถูกประมูลเป็นล๊อตเดียว